Be proactive ชีวิตที่เลือก และรับผิดชอบ

7 Habits เป็นสิ่งที่เคยได้ยินมาได้นาน รู้เพียงคร่าวๆ เห็นหัวข้อภาพรวม ว่าใน 7 อุปนิสัยที่จะนำไปสู่ประสิทธิผลที่ดีคือมีอะไรบ้าง  แต่ไม่ได้ใส่ใจเป็นพิเศษมากนัก  สำหรับตัวเอง พอดู 7 อุปนิสัย (ใครไม่รู้ ลองดูวิดีโอคลิปข้างล่าง) มันก็เป็นอะไรที่เราเหมือนรู้อยู่แล้ว ก็เลยไม่ได้สนใจที่จะหาหนังสือมาอ่าน อีกอย่างหนังสือพวก How to ถ้าไม่ลงมือก็ไร้ค่า  แต่พอดีทางที่ทำงานเปิดหลักสูตรอบรม 7 Habits สั้นๆ สามครั้ง ไม่ได้ลังเลเลยที่จะสมัครไป  … อย่าเพิ่งสงสัย ไหนว่าไม่สนใจ แต่ทำไมถึงสมัครทันที

ความอยากรู้ ด้วยมันเป็นอะไรที่คนพูดถึงกันเยอะ ว่าดี  แล้วทำไมจะไม่ลองล่ะ มันอาจจะเป็นอะไรที่เราอยู่บ้าง (หรือเราคิดว่าเรารู้)  แต่มันน่าจะมีมุมมองอะไรใหม่ๆ ให้เราได้เรียนรู้ และพัฒนาตนเองได้ การที่เราจะไปตัดสินอะไร เราก็ควรรู้สิ่งนั้นให้ดีซะก่อนจริงไหม  แถมเรียนฟรี ทำไมจะไม่เรียน

วันนี้ก็จะมาเล่าให้ฟังว่าได้อะไรบ้าง (ปล. สิ่งที่เขียนบวกความคิดเห็น และความเข้าใจส่วนตัว )

ถ้าเรามองว่าคนเราประกอบด้วย บุคลิก (personal) และลักษณะ (character)

บุคลิก คือ อะไรที่เราเห็นภายนอก การแต่งตัว เปรียบเหมือนกิ่งก้านต้นของต้นไม้

ลักษณะ คือ ทัศนคติ จริยธรรม กรอบความคิดภายใน เปรียบเสมือนรากของต้นไม้

เมื่อมีพายุโหม ต้นไม้ที่ไร้รากย่อมไม่สามารถต้านทานอยู่ได้ เช่นเดียวกับ คนที่แม้ดูสง่างาม เก่งกาจ แต่ถ้าเขาขาดลักษณะที่ดี ย่อมพ่ายแพ้ต่อปัญหา

บุคลิกภายนอก เราสามารถปรับเปลี่ยนกันได้ง่าย แต่ถ้าเราจะเปลี่ยนจากภายในจะทำอย่างไร

สิ่งที่เรากระทำ มาจากความคิด และความคิดเกิดจากประสบการณ์ที่เราสะสมมา

ถ้าเราจะเปลี่ยนพฤติกรรม แต่ไม่เปลี่ยนความคิด ย่อมไม่เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืน ยกตัวอย่าง เช่นว่าเราจะไปพรีเซนท์เสนองาน แต่เรากับคิดในหัวว่า “เราเป็นพวกขี้แพ้ พวกนี้ไม่สนใจหรอก” มันจะส่งผลต่อพฤติกรรมในการนำเสนอ

<นอกเหนือที่เขาสอน แต่เห็นว่ามันเกี่ยว>แน่นอนว่าการเปลี่ยนทัศนะคติ กรอบความคิดเดิมๆ ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย มันถึงต้องมีการฝึกฝน มันคล้ายๆกับที่พูดกัน  Fake it ’til you become it     อย่างเรื่องเดิมการนำเสนองาน เราเคยอ่านมาว่า ให้ท่องไว้ว่าเราทำได้ (จะเชื่ออย่างนั้นได้ เราก็คงต้องฝึก ต้องเตรียมตัวมาอย่างดีแล้ว ระดับหนึ่งละน่ะ  จะมาบอกให้ตัวเองเชื่อมั่นแต่ข้อมูลนำเสนอยังไม่เสร็จก็คงไม่ใช่) หรือการทำท่าแบบผู้ชนะ (ชูมือขึ้น แบบร้องเย้ๆ ) ความคิดแสดงออกมาทางกาย แต่ในขณะเดียวกัน เราก็จะสามารถเอากาย มาโน้มน้อมให้ใจเรามันดีขึ้นได้เหมือนกัน  <>

7อุปนิสัย ก็เพื่อการเปลี่ยนกรอบความคิด เพื่อเปลี่ยนลักษณะ และบุคลิก เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่ดี และยั่งยืน

Insanity: doing the same thing over and over again and expecting different results.” – Albert Einstein

วันนี้เรียนเพียงอุปนิสัยเดียว ใน 7อุปนิสัย : Be proactive

Be proactive คือการมีแนวคิดว่า ชีวิตเรา เราก็ต้องรับผิดชอบ เพราะฉะนั้น เราต้องเลือกเอง ตระหนักและรับผิดชอบกับผลที่จะเกิดตามมา

เราไม่สามารถเปลี่ยนแปลงปัจจัยภายนอกได้ แต่สิ่งที่เราทำได้ คือเลือกว่าเราจะปฏิบัติกับมันอย่างไร

เขายกตัวอย่าง Man’s Search for Meaning ชายชาวยิวที่ถูกจับอยู่ในค่ายกักกัน ในช่วงนาซี และรอดชีวิตมาได้  ระหว่างถูกกักกัน เขาได้ถูกทรมานร่างกายมากมาย เขาสังเกตว่านักโทษแต่ละคนมีปฏิกิริยาต่อสิ่งที่ถูกกระทำนั้นอย่างไร สำหรับตัวเขาเอง เขาจิตนาการถึงตัวเองในอนาคต ที่จะเป็นอาจารย์สอนอยู่หน้าห้อง และเล่าประสบการณ์เล่านี้ให้นักศึกษาฟัง  นี่เป็นความหมายในชีวิตที่ทำให้เขาอยู่รอดผ่านมาได้

ผู้คนมากมายไม่ได้ตระหนักถึงว่าการกระทำของตัวเอง เป็นปฏิกิริยาโต้ตอบที่ตนเองเลือก แต่กับกล่าวโทษคน หรือสิ่งแวดล้อมรอบข้าง  ว่าทำให้เป็นเช่นนั้น เช่นว่า ถ้ามีคนมาขับรถปาดหน้า เราจะอาจจะขับปาดหน้ารถคันนั้นบ้าง ขับแข่งจนอาจเกิดอุบัติเหตุ ถ้าเกิดรถชน คนทั่วไปจะกล่าวโทษว่าเป็นเพราะรถคันนั้นมาปาดหน้าก่อน แต่กลับลืมไปว่าตัวเอง เลือกที่จะไปขับแบบนั้นเอง จนเกิดอุบัติเหตุ   หรือการเอาแต่บ่น หงุดหงิด มาทำงานหน้างอทั้งวัน ทั้งที่มันก็เป็นหน้าเรา ใจเราเองแท้ๆ แต่เรากลับเอาสิ่งแวดล้อมมาชี้นำ ความสุข ความทุกข์ของตัวเอง

คนที่เป็น be proactive ต้องมีสติ  เว้นช่วงเวลาที่จะให้เลือกตัดสินใจ ก่อนที่จะแสดงการกระทำออกมา  การตัดสินใจจะอยู่บนพื้นฐานเพื่อจะให้เกิดผลลัพธ์ที่ต้องการ การนึกถึงประโยชน์ต่อตนเอง และรอบข้างอย่างอย่างยั่งยืน การไม่ขัดต่อจิตสำนึก และเขาจะยอมรับผลที่เกิดขึ้น แน่นอนว่าทุกการกระทำ ใช่ว่าจะได้ผลที่คาดไว้เสมอ เราต้องรู้จักเรียนรู้จากความผิดพลาด  แทนที่จะบ่น กล่าวโทษ

หลายคนอาจจะบอกว่าชีวิตไม่มีทางเลือก หรือก็มันต้องทำน่ะ  แต่จริงๆแล้วเขาเลือกมาแล้ว เขาเลือกที่จะไม่ทำอะไร ให้ชีวิตขึ้นอยู่กับสิ่งที่ผ่านเข้ามา แล้วเขาก็ยังเลือกที่จะไม่คิดเปลี่ยนแปลง

ก็ลองดูน่ะ ถ้าเราว่าสิ่งที่เราทำปัจจุบัน เราไม่มีความสุข เราจะทำอย่างไรกับมัน ถ้าต้องการผลลัพธ์ที่แตกต่าง มันก็ต้องเปลี่ยนที่ตัวเอง

ข้อแรก be proactive เป็นข้อเริ่มต้น เพื่อการเป็นอิสระจากปัจจัยภายนอก  ไว้รออบรมรอบสองต่อไปว่าจะได้อะไรบ้าง

สิ่งที่เขามาสอนมันเป็นหลักการ ไม่แปลกใจที่มันมีส่วนคล้ายกับธรรมะ แต่วิธีการอาจจะต่างกันเท่านั้นเอง

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s