Thesis Defense บทเรียน และบาดแผล

ใครคิดว่าเมื่อสอบจบ คงจะมีความสุขแบบสุดๆ  เพราะเหมือนก้อนภาระที่แบกเดินทางมาไกล ถูกปลดวางลง  มันคงน่าจะโล่ง และเบา อย่างบอกไม่ถูก  ความพยายามหลายปีที่ผ่านมาก็เพื่อวันนั้น แต่เมื่อสิ่งที่คาด ไม่เป็นอย่างหวัง สงครามการป้องกันครั้งนี้ แม้จะผ่านมาได้ แต่เหลือบาดแผลที่ยังต้องมารักษาตัว

สงครามเมื่อจบลง คนคงสนใจแค่ผล ว่าใครแพ้ชนะ และร่วมเฉลิมฉลองไปกับชัยชนะที่ได้ แต่จริงๆแม้เป็นผู้ชนะก็มีบทเรียนที่ต้องเรียนรู้ และยิ่งการสอบดีเฟนส์เพื่อจบการศึกษาป.เอก  เราว่าส่วนใหญ่ก็คงรู้ผลลัพธ์ว่าอย่างไงก็น่าจะผ่านอยู่แล้ว เราไม่รู้คนอื่นๆเป็นอย่างไง  แต่สำหรับตัวเองมันเป็นบทเรียนใหญ่อีกครั้งหนึ่ง

ถ้าบอกความรู้สึกตรงๆหลังสอบ คือ ผิดหวัง แม้จะได้ยินกรรมการบอกว่าผ่านก็เถอะน่ะ  มันเป็นความผิดหวังกับตัวเอง เพราะคิดว่าน่าจะทำได้ดีกว่านี้

การสอบปริญญาเอกของเยอรมันก็มีการให้เกรด ระบบเกรดของเยอรมันต่างระบบจากที่ไทยเรา และยังคะแนนย่อย เช่น 1.3 , 1.5 , 1.7

พูดง่ายๆ เราได้ B ทั้งทีหวัง A แม้ไม่ได้ A ในระดับ excellent (1) แต่ก็ควร A อย่างต่ำ (1.7)

คงคิดว่าได้แค่นี้ยังไม่พอใจอีกเหรอ ใช่ไหมล่ะ

แม้รู้ว่าคะแนนจะไม่มีผลอะไรหรอกนะ เรียนจบก็คือจบ ใครจะสนใจมาจบมาเกรดแบบไหน

เมื่อไม่เป็นอย่างหวัง มันย่อมทุกข์เป็นธรรมดา แม้จะเข้าใจ แต่ก็ใช้เวลาทำใจอยู่เหมือนกัน ไม่ได้เศร้าทุกข์ขนาดร้องไห้คร่ำครวญ ยังคงสนุกสนานไปกับปาร์ตี้หลังสอบ แต่เหมือนมันยังมีอะไรขุ่นๆมัวๆมารบกวนอยู่ เรากลับไปแก้ไขอะไรไม่ได้ แต่เราเรียนรู้ ที่จะเติบโตไปกับสิ่งนี้ได้

มันทำให้เราทบทวนตัวเอง คำถามที่กรรมการถามยังวนเวียนอยู่ในหัวอยู่เป็นวัน คิดว่าควรตอบแบบไหนที่ดีกว่านี้ กลับมาหาข้อมูลทำความเข้าใจ คำถามที่ได้ในวันสอบจัดเป็นคำถามที่ว่าผิดไปจากคาดมากเหมือนกัน เราแทบไม่ค่อยได้อธิบายงานที่ทำเท่าไหร่ ความรู้ทั่วไปที่คิดว่าจะถามก็ไม่มี (คงเรียกว่าเก็งข้อสอบผิด) แต่เป็นคำถาม comprehensive ทางด้านเภสัช และความคิดเห็นมากกว่า มันเป็นคำถามที่ดูว่าง่ายก็ได้ และมันอาจเป็นเหตุหนึ่งที่ทำให้เราคิดว่า ทำไมตอนนั้นเราตอบไปอย่างนั้น

แน่นอนว่าเมื่อยืนอยู่นะจุดนั้น ความตื่นเต้น ประหม่าแรงกดดันทำให้ความคิดคงไม่ได้ดีนัก เป็นสิ่งหนึ่งที่เราต้องปรับปรุง การพรีเซนท์ให้ดี เราสามารถฝึกฝนและซ้อมจนเรามั่นใจได้ แต่การควบคุมอารมณ์เวลาตอบคำถามอาจจะต้องฝึกฝนมายาวนานกว่านั้น การไป oral presentation ตามการประชุมวิชาการต่างๆ หรือสัมมนา แม้แต่การเป็นผู้ช่วยสอนน่าจะช่วยได้มาก ตัวเองขาดการฝึกด้านนี้ ตลอดเวลาที่เรียนป.เอก มีไปพูดแค่ครั้งเดียว สัมมนาในกลุ่มอย่างมากก็สองครั้งต่อปีที่เราต้องพรีเซนท์ แล้วปกติเราก็เป็นคนที่พูดจาไม่ค่อยรู้เรื่องอยู่แล้ว แล้วเราจะฝึกยังไงเพื่อให้ดีขึ้นกว่านี้ เราอาจจะไม่ได้อยู่ในจุดที่จะแนะนำใครได้ดีนัก แต่เรารู้ข้อด้อยของเรา และอยากบอกไว้

ชีวิตเราสั้น เราไม่สามารถลองผิดลองถูกไปได้ทุกอย่าง (ยิ่งถ้าเราอยากประสบความสำเร็จโดยเร็ว) การเรียนรู้ข้อผิดพลาดจากคนอื่นจึงเป็นเรื่องที่ดี

อีกอย่าง คือรักษาสุขภาพตัวเองให้ดี เรื่องนี้ควบคุมยากเหมือนกัน ตัวเองไม่สบายช่วงก่อนสอบ แล้วพรีเซนท์ก็ยังเตรียมไม่เสร็จ ยิ่งกดดันตัวเอง ไม่รู้ว่าเครียดจนป่วย หรือเพราะอะไรกันแน่ วันสอบก็ยังมึนๆหน้ามืดไปเหมือนกัน

แต่ทุกอย่างก็จบไปแล้ว เราเพียงได้แต่ต้องเรียนรู้และเดินต่อไป

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s