ep2 : Halle (Saale)

คร่าวๆ กับเมืองที่อยู่ตอนนี้

เมือง Halle (Saale) ดูจะไม่เป็นที่รู้จักของคนไทย เป็นเมืองในรัฐ Saxony-Anhalt (German: Sachsen-Anhalt) ของเยอรมันนี แต่ก็จัดได้ว่าเป็นเมืองที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจใImageนอดีต เพราะเป็นเมืองที่ทำเหมืองเกลือ

  • ตามชื่อเมือง Halle มาจากคำว่า ,halen, ของ Brythonic (Welsh/Breton) ที่แปลว่าเกลือ   อย่างเมือง Hallstatt ใน Austria หนึ่งในเมืองโรแมนติกที่คนไทยชอบเที่ยว ใครไปมาแล้วก็จะรู้ว่าเป็นเมืองที่ทำเหมืองเกลือ ส่วนที่วงเล็บ Saale มาจากชื่อแม่น้ำที่ผ่านเมือง ซึ่งรากเดิมก็มาจากคำว่าเกลือของภาษาเยอรมัน

 

เมืองที่เป็นบ้านเกิด George Frideric Handel  นักประพันธ์เพลงชื่อดังคนหนึ่ง เพลงที่คนไทยน่าจะเคยได้ยิน แต่ไม่รู้จักคนประพันธ์คือ Messiah  (https://www.youtube.com/watch?v=IUZEtVbJT5c)  เขาเกิดที่เมืองนี้ แต่ไปดังมากที่อังกฤษ ที่ลอนดอนมีพิพิธภัณฑ์ Handel ด้วย และศพเขาก็ฝังอยู่ที่ Westminster Abbey ในลอนดอน   ใกล้กับที่ฝังเชกสเปียร์

Image

 

รูปปั้น Handel ที่ Markplatz (market square)  ด้านขวาเป็น Red Tower ด้านซ้าย Market church (Marktkirche) หรือ St. Mary’s Church (Marienkirche)

 

 

 

 

 


มีมหาวิทยาลัยที่เก่าแก่แห่งหนึ่งของเยอรมัน Martin Luther University Halle-Wttenberg ก่อตั้งปี 1817 โดยรวมสองมหาวิทยาลัย University of Wittenberg (ก่อตั้งปี 1502) กับ University of Halle (ก่อตั้งปี 1691).

  • มหาวิยาลัยที่เก่าแก่สุดของเยอรมันนี คือ Ruprecht-Karls-Universität Heidelberg (Heidelberg University, Ruperto Carola) ที่เมือง Heidelberg ในรัฐ  Baden-Württemberg ก่อตั้งในปี 1386

 

 Francke Foundations (Franckesche Stiftungen)  

Stamp_Germany_1998_MiNr2011_Franckesche_Stiftungen

 August Hermann Francke ก่อตั้งแรกเริ่มเป็นโรงเรียนศาสนาสำหรับเด็กยากไร้ เด็กกำพร้า ต่อมาก็พัฒนาเป็นสถาบันฝึกสอนด้านต่างๆ เช่นการทำธุรกิจร้านขายยา ร้านหนังสือ  ปัจุบันเป็นมีทั้งศูนย์เด็กเล็ก โรงเรียน ห้องสมุด พิพิธภัณฑ์  ที่ทำงานวิจัย  เรียกได้ว่าเป็นทั้งแหล่งสะสมของทางประวัติศาสตร์ และเป็นศูนย์กลางทางด้านวัฒนธรรม วิทยาศาสตร์ สังคม การศึกษา และศาสนา 
  • เสนอชื่อจดทะเบียน UNESCO World Heritage Site มาตั้งแต่ปี1999

 


 

ที่ขึ้นชื่ออีกอย่างคือโรงงานชอกโกแลตที่เก่าแก่ที่สุดของเยอรมัน  Halloren Chocolate factory (Halloren Schokoladenfabrik AG) ก่อตั้งปี 1804 โดย Friedrich August Miethe  ชื่อเดิมคือ Mignon แต่หลังสงครามโลกก็เปลี่ยนมาเป็น Halloren

  • Mignon เป็นชื่อจากตัวละครเรื่อง Wilhelm Meister’s Apprenticeship ของ Goethe  ตอนแรก Johannes David (ลูกชายคนที่สามของ  Friedrich David) ตั้งเป็นชื่อของ praline ชนิดหนึ่ง แต่มันดังมาก ดังนั้นตั้งแต่ปี 1890 สินค้าต่างๆที่ผลิตออกมาก็เลยใช้ชื่อนี้เป็นคล้ายแบรนด์  แล้วในช่วงสงครามโลก เศรษกิจด้านนี้ก็ซบเซาลง อีกทั้ง เขาถูกสงสัยว่ามีเชื้อสายยิว เขาก็เลยถูกบีบบังคับให้เปลี่ยน นามสกุล เขาก็เลยเปลี่ยนมาใช้ Mignon และโรงงานจากชื่อ ‘David Sohne AG’ ‘Mignon Schkoladenwerke AG’ ตั้งแต่ปี 1933  และการที่เศรษกิจแย่ ชอกโกแลตก็หายาก ช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง โรงงานชอกโกแลต เลยกลายเป็นที่ผลิดยุทโธปกรทางทหารแทน

Praline (Filled Chocolates)  เป็นชื่อเรียกชอกโกแลตประเภทหนึ่ง ซึ่งมีขนาดพอดีคำ ลักษณะกลม  และมีส่วนผสมชอกโกแลตอย่างน้อย 25% ภายในชอกโกแลตก็จะมีไส้ต่างๆ คุณภาพของ praline ก็ขึ้นอยู่กับไส้ข้างใน อย่าง truffle chocolate ก็จะเป็นชอกโกแลตลูกกลมที่ข้างในจะเป็น canache (ganache : ประมาณครีมน้ำตาลเชื่อม ) 


  • ในปี 1950 ห้าปีหลังจบสงครามโลก โรงงานชอกโกแลต Mignon ที่เป็นธุรกิจครอบครัวก็จบลง (สามรุ่น) โดยรวมกับบริษัท the Most chocolate factory  แล้วรู้จักกันในชื่อ ‘Kombinat SueSSwaren’ (combined sweets) จนปี 1952 เพื่อการแข่งขันทางด้านการค้า    บริษัทเลยตั้งชื่อเป็น Halloren chocolate factory และปีเดียวกันนี้เอง ที่บริษัทออกสินค้าที่เป็นที่ที่นิยม และรู้จักกันมาจนถึงปัจจุบัน คือ Original Halloren Kugeln ชื่อนี้มาจากกระดุมสีเงินบนชุดคนงานที่ทำเกลือ  อย่างที่บอกว่าเมืองนี้เป็นเมืองเกลือ เพราะฉะนั้นการเอาสัญลักษณ์นี้มาใช้จะบ่งบอกวัฒนธรรม สัญลักษณ์ของเมืองได้ชัดเจน
  • Salzwirker-Bruderschaft im Thake zu Halle = the Brotherhood of workers simmering salt from brine in the valley of Halle  ปี 1491 มีการจัดตั้งเป็นสมาคมของคนทำเกลือ ซึ่งคนงานพวกนี้จะเรียกว่า Halloren

Image

ชุดของ Halloren

 

Image

ด้านหน้าโรงงานชอกโกแลต Halloren ข้างในมีพิพิธภัณฑ์

 

 

Imageรูปปั้น Handel โดยชอกโกแลตImageทั้งห้องทำจากชอกโกแลต

 

 

 

 

 

Advertisements

ep1: เดินเล่นเก็บผัก

\\\ ช่วงนี้มีเวลาว่าง เลยเขียนชีวิต วันๆในเยอรมันของเรา ก่อนที่จะจบกลับบ้านสักที ///

ยามบ่ายวันหยุด การนัดพบเพื่อนกินข้าวกลางวัน หลังจากที่กินจนเกินอิ่ม เราเลยได้ออกเดินทางตามหาใบ Bärlauch  หรือต้นกระเทียมป่า (wild garlic) นั่นเอง เพื่อมาเป็นเมนูมื้อเย็น  และเดินย่อยอาหารไปในตัว   อาจจะนึกไม่ถึงว่าอยู่เยอรมัน  เราจะมีการไปเดินเก็บผักเก็บหญ้าข้างถนนมาเป็นอาหาร  แต่นี่คือความเป็นจริง กับชีวิตต่างแดน    การหาใบกระเทียมป่าของเราเจอได้ไม่ยากนัก และมีขึ้นเป็นดงมากมาย  เราเก็บกันมาแค่พอที่จะเป็นมื้อเย็นวันนี้ นอกจากเมนูต้นกระเทียมจะเอามาผัด  คนเยอรมันยังมีเมนูจากใบกระเทียมอื่นๆ สนใจดูได้ที่ http://www.essen-und-trinken.de/baerlauch#  

ต้นกระเทียมป่านี้จะออกเพียงช่วงเดือนมีนาคมถึงกลางพฤษภาคมเท่านั้น อ่านเจอว่าช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการเก็บคือก่อนวันแรงงาน (1 พค.)   ต้นกระเทียมป่านี้ขึ้นคล้ายวัชพืช ขึ้นตามที่ชื้น ตามเงาไม้ของป่าผลัดใบ  ถ้าดูต้น และดอก ใบ ไม่แน่ใจ ให้ดมกลิ่นใบ จะมีกลิ่นกระเทียมชัดเจน ใบและก้านมีสีเขียว  ถ้าไม่แน่ใจ ดมไม่มีกลิ่น ก้านใบมีสีอื่น ก็อย่าเสี่ยงเก็บมาเพราะอาจจะเจอต้นอื่นที่เป็นพิษได้  อีกอย่าง คืออย่าไปเก็บที่พื้นที่อุทยาน หรือที่ๆเขาห้ามเก็บเป็นอันขาด

หลังจากได้ใบกระเทียม เราก็เดินเล่นกลับบ้านใช้เวลาชั่วโมงกว่าๆ ตลอดทางเราก็มองดูว่าต้นไม้ไหนกินได้บ้าง หลักๆคงเป็นกลุ่มเบอรี่ เชอรี่ กับแอปเปิ้ลที่มีขึ้นอยู่ทั่วไป แต่ตอนนี้ยังไม่ถึงช่วงที่ออกผลมาให้เราได้กิน เมื่อถึงเวลา เราคงจะเดินไปเก็บกันอีกครั้ง

 

Bärlauch

ImageImage

 

ระหว่างทาง

IMG017re

IMG026re

ทุ่งต้น rape seed สามารถเป็นอาหารสัตว์ และสกัดเอามาทำน้ำมันพืช

 

 

IMG033re