Grasse, France

Grasse เป็นเมืองน้ำหอม  official website  ห่างจากคานส์ไปไม่ไกล สามารถไปได้ทั้งรถไฟ และรถบัส ราคารถบัสต่อเที่ยว 1.5 ยูโร ใช้เวลาจากคานส์ประมาณ  40 นาที. สายรถบัสมี 600 , 610 อาจต้องถามศูนย์บริการนั่งท่องเที่ยวว่าขึ้นที่ไหน เพราะตอนไป สถานีกำลังปรับปรุง ที่ขึ้นรถอาจต่างไป  ถ้าใช้รถบัสแล้วไปลงจนสุดสายที่สถานีรถไฟ Grasse อาจต้องขึ้นรถมาที่ตัวเมือง จะเป็นรถบัสลายดอกไม้สังเกตได้ชัดเจน เสียค่ารถอีก 1.5 ยูโร  แต่ถ้าใครแข็งแรงจะเดินขึ้นมาเองก็ได้   หรืออาจจะลงป้ายก่อนหน้านี้    … เวลาที่รถวิ่งนี่ไม่ค่อยแน่ใจ เพราะรถมาไม่ค่อยตรงเวลา หรือว่า ตารางเวลาจะบอกแค่ว่ามีรถออกช่วงเวลาไหนบ้าง แต่มันเป็นเวลาโดยรวม คือบอกแค่เวลาต้นสาย กับป้ายสาย ซึ่งจากจากเยอรมัน ที่ตารางเวลาที่ป้ายรอรถ จะเป็นเวลาที่รถจะออกจากป้ายตรงนั้น วันนั้นเสียเวลารอรถไปเกือบชั่วโมงที่เดียว

วันที่ไปเป็นวันเสาร์ ศูนย์บริการตรงสถานีรถไฟปิด เลยไม่มีแผนที่ แต่มีป้ายแผนที่อยู่ทั่วไป ก็อาศัยดูตามนั้นบ้าง ส่วนใหญ่ก็เดินไปเรื่อยๆ วันนี้คนก็ค่อนข้างไม่เยอะมาก ร้านค้ายังเปิดให้บริการ มีบ้างที่ปิดไป map

เมืองนี้มีโรงงานน้ำหอมอยู่สามโรงงาน ถ้าสนใจประวัติน้ำหอมอ่านได้ที่นี่

DSC06144sm

Molinard

Gallinard

Fragonard

อีกที่เป็น International Perfume Museum อยู่ใกล้ๆกับพิพิธภัณฑ์ของ Fragonard

ได้ไปมาแค่ พิพิธภัณฑ์ Fragonard ที่เปิดให้เข้าชมฟรี เพราะอย่างที่บอกว่าเดินไปเรื่อยๆ ไม่ได้ตั้งใจไปที่ไหนเป็นพิเศษ   Fragonard ดูเหมือนจะแบรนด์ที่ค่อนข้างพบผลิตภัณฑ์ตามร้านค้าทั้งที่ Nice และ Cannes มากกว่าอีกสองแบรนด์

มีแต่ภาพมาให้ดู

rez001 rez003 rez005 rez008 rez009 น่าจะเป็นที่เที่ยวหลักอันหนึ่ง The Grasse cathedral, Notre Dame du Puy, was built during the 12th century  The cathedral’s strict, basic style, structure, vaults, and discreet décor reflect Lombardian and Ligurian influences. It shelters works by such masters as Rubens, Charles Nègre, a beautiful triptych by Louis Bréa, and the only religious painting by Jean-Honoré Fragonard, Le Lavement des Pieds (The Washing of the Feet). (from http://www.grasse.fr/The-cathedral)

วันที่ไปกำลังจะมีงานแต่งพอดี

rez013 rez014 rez016 rez017 rez019

Advertisements

Nice Nizza

ทริปนี้ไปด้วยการประชุม รูปเลยมีไม่เช้าก็เย็น ดีที่เป็นช่วงซัมเมอร์กว่าจะมืดก็สี่ทุ่ม

วันที่ไปถึง เป็นวันสุดท้ายของ Tour de France ที่ผ่าน Nice พอดี Tour de France จัดการแข่งขันจักรยานที่ว่าหฤโหด และที่เป็นที่รู้จักอย่างดี  การเริ่มต้นมาจากเพื่อการเพิ่มยอดขายของสองหนังสือพิมพ์เอง

DSC05411       DSC05463

Albert Lejune, owner of two newspapers Le Petit Journal based in Paris, and Le Petit Niçois based in Nice, created Les Six Jours de la Route in 1933 to establish a link between the two newspapers. For him it was about showing the charm of La Cote d’Azur to his readers with the help of a cycling race on an innovative route. For six days at the end of the winter season, the event went through the Valley of the Rhone; avoiding carefully the Alps and its difficulties, sparingly using the hilly hinterland of Nice, to be finally used as a favourable training ground for the spring Classics. The jersey of the leader was azure and gold in colour, evoking the blue of the Mediterranee and the golden sun in Nice.

Not organised between 1940 and 1946, the event was reborn again in 1946 with the encouragement of the newspaper Ce Soir, which only managed to try the experience once.

Jean Medecin, the mayor of Nice requested that the race was to be organised by the weekly newspaper Route et Piste in which the editer Jean Leulliot was to be named as race director. The event then went under the name of Paris-Côte d’Azur, with the publication of the newspaper L’Aurore, as the main partner, using the white jersey designating the leader. Under the impetus of Jean Leulliot, Paris-Nice slowly lost its status as a training ground to become a real event.

The history of racing reminds us of the famous duel between Anquetil-Poulidor. In 1972 Jacques Anquetil became director of the race and saw with his own eyes the victory of Raymond Poulidor at the age of 36 with the uncompromising Eddy Merckx coming in second. He also witnessed the seven consecutive victories of Laurent Jalabert, the last French winner. (From http://www.letour.com/paris-nice/2013/us/history/)  ไม่ค่อยแน่ใจว่าตกลงปีที่เริ่มนี่ปีไหนแน่ 1933 หรือ 1903

Image

ใครสนใจดูเส้นทางแข่งก็ดูได้ที่นี่

การเดินทางจากสนามบินเข้าเมือง รถบัสหลักๆมี 2 สาย 98 จะวิ่งไปสุดที่ตัวเมือง ใกล้ชายทะเล แต่ถ้าเป็นสาย 99 จะไปที่สถานีรถไฟ ราคาตั๋ว 6 ยูโร แผนที่   แผนที่2

รถแทรมในเมืองมีหนึ่งเส้นทาง สองสายหลักที่วิ่งไปกลับ ถ้าจากสถานีรถไฟ (Glare SNCF) เดินมาด้านซ้ายมือ (หันหลังให้สถานี) นิดเดียว จะเป็นที่สถานี Gare Thiers ถ้าจะไปทะเลก็คือนั่งไปทาง Pont Michel  ราคา solo ticket 1.5 Euro ความจริงเมืองไม่ใหญ่มาก สามารถเดินได้ตลอด แต่ก็ขึ้นอยู่กับสมรรถนะของคนเที่ยวด้วยละกัน แผนที่รถแทรม

ถ้าเดินเที่ยว เริ่มจากสถานีรถไฟหลัก มาเส้น Avenue Jean Medicin เส้นทางเดียวกับที่รถแทรมวิ่ง เดินสักสองสามนาทีก็จะเจอโบสถ์ Notre-Dame de Nice (Basilique Notre-Dame de Nice)

ImageImage

“With its 3 porches, its rose-window, its twin-bay, Notre-Dame in Nice looks like Notre-Dame in Paris. There are 2 statues of the Virgin Mary, one at the top of the church, the other in the front of the rose-window, 2 towers 31 metres high stand in the sky. No sculptures in the frontage due to a lack of money. In 1944 the sculptor GALLO places the statue of Notre-Dame de la Libération on the central portal. The style of the choir is similar to Saint-Serge Abbey church, the 3 aisles of same height, 12 lateral chapels and 7 apse-chapels.

This harmonius building is one of the most beautiful “neo-gothic” church in the area.” (from http://notredame-nice.com/the-history-of-notre-dame-de-lassomption/)

เดินต่อมาก็ Place Massena

Image

Image

The seven resin statues on Massena square – Nice’s geographic centre – were created by Jaume Plensa, Spanish artist specialized in monumental art.

These seven characters represent seven continents and the communication between the different communities of today’s society. The name of this creation is “conversation à Nice”. Plus, the statues are illuminated every night, colors are changing smoothly to emulated a dialog between them, it’s very beautiful and poetic.(from : http://www.lomography.com/magazine/locations/2009/04/02/the-seven-statues-of-the-massena-square-nice-france)

Nice มีพิพิธภัณฑ์ศิลปะอยู่พอสมควร

แต่ไม่ได้เป็นคนเข้าถึงศิลปะขนาดนั้น เลยชมศิลปะธรรมชาติ กับทะเล แสงแดด สายลม
เดินเล่นตามเส้นทาง Promenade des Anglais ถนนต้นปาล์มที่เป็นภาพจำของเมือง  และขึ้นไปชมวิวจาก Château hill

ImageImage

ImageImageImageImageImage